ส้มตำจัดว่าเป็นเมนูเด็ดที่หลายคนชื่นชอบมากด้วยรสชาติที่เผ็ด แซ่บ อร่อยลงตัวไม่ว่าจะเป็น ส้มตำไทย ส้มตำปูปลาร้า หรือส้มตำลาว ก็มีรสชาติที่นัวลงตัวซึ่งก็แล้วแต่คนชอบด้วยทั้งนี้ส้มตำที่ยอดนิยมอีกหนึ่งอย่างตำโคราชนั้นก็กลายเป็นเมนูหนึ่งที่มีความอร่อย แซ่บ นัวไม่แพ้ส้มตำอื่นๆเลย ส้มตำโคราช เป็นเมนูส้มตำทางภาคอีสานชนิดหนึ่งโดยการผสมผสานระหว่างส้มตำไทยและส้มตำลาว หรือ ตำปลาร้า โดยมีรสชาติที่มีความกลมกล่อมระหว่างความเปรี้ยว หวานของส้มตำไทยและความเค็มของน้ำปลาร้า ส้มตำโคราชเป็นที่นิยมของคนที่ชอบรสชาติส้มตำที่ไม่เผ็ดจ้านจนเกินไปและมีความเค็มของปลาร้าเล็กน้อยโดยส้มตำโคราชนั้นเปรียบเหมือนกับส้มตำปลาร้า แต่มีรสชาติเผ็ดน้อยลง นอกจากนี้เครื่องส้มตำยังมีการใส่ กุ้งแห้ง, ถั่วงอก หรือ ขนมจีนเพิ่มลงไปด้วย นอกจากนี้อาจเพิ่มไข่เค็มลงไปด้วย ทั้งนี้ส้มตำโคราชนั้นไม่ได้เป็นเมนูใหม่แต่จัดว่าเป็นเมนูที่มีมานานแล้ว ซึ่งมีที่มาจากชาวโคราชสมัยก่อนที่มีการทำส้มตำที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นๆทางภาคอีสาน โดยการใส่น้ำปลาร้าและปลาป่นลงไปด้วยรวมถึงการเพิ่มรสชาติหวานของน้ำตาลปีบลงไป ในสมัยก่อนจะไม่มีการใส่กุ้งแห้งซึ่งจะมีการใส่เครื่องที่หาได้ เช่น หน่อไม้, ถั่วฝักยาว, ถั่วงอก หรือแม้แต่หอยลวกสุก บ้างก็ว่าตำโคราชคือตำซั่ว แต่ตำซั่วจะแตกต่างกันคือไม่มีรสชาติเปรี้ยวหวาน เช่นเดียวกับตำมั่วที่ใส่ขนมจีนถั่วงอก หน่อไม้ดอง และเน้นความเค็มของปลาร้ามากกว่า

อาหารอีสานนั้นมีรสชาติที่มีความอร่อยลงตัวและมันเป็นอาหารถูกปากของใครหลายๆคนและเมนูบางชนิดเช่น ส้มตำ ที่ทำให้กลายเป็นเมนูยอดฮิตที่ใครๆก็กินได้ สามารถหาง่ายตามร้านอาหารอีสานทั่วไป ลักษณะทั่วไปของอาหารอีสานนั้นจะเป็นรสชาติที่เผ็ดแต่ไม่จัด มีความเปรี้ยวและเค็ม ซึ่งมีการนำอาหารอีสานมาประยุกต์ให้มีรสชาติที่สามารถทานได้ทั่วไป – ส้มตำ สำหรับส้มตำของภาคอีสานแท้ๆนั้น แน่นอนว่าต้องมีปลาร้าเป็นส่วนประกอบวัตถุดิบรวมถึงรสชาติที่เผ็ดมากด้วย ดังนั้นจึงมีการนำส้มตำมาประยุกต์รสชาติให้เผ็ดน้อยลง และไม่มีปลาร้าคือ ส้มตำไทย โดยการใช้น้ำตาลปี๊บ ถั่วลสิง และกุ้งแห้งมาเป็นส่วนประกอบและใช้รสชาติ เผ็ด เปรี้ยว หวาน ผสมเข้ากันอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์ส้มตำโดยการใช้ข้าวโพดแทนมะละกอด้วย รวมถึงส้มตำทอดที่นำเนื้อมะละกอมาคลุกกับแป้งแล้วทอด จากนั้นการราดด้วยน้ำยำที่เตรียมไว้ – เมนูลาบ ส่วนใหญ่ลาบอีสานแท้ๆนั้น จะใช้เนื้อหมูและเนื้อวัว มาทำลาบ ซึ่งปัจจุบันก็มีการนำลาบมาประยุกต์รสชาติและการนำวัตถุดิบอื่นๆมาทำ เช่น ใช้เนื้ออกไก่, ลาบปลาหมึก, ลาบวุ้นเส้น, ลาบหมูข้าวหอมนิล หรือแม้แต่ลาบทอด ที่ถือว่ามีความหลากหลายมากขึ้น – เมนูน้ำตก ก็มีความหลายเช่นกันโดยมีการนำมาประยุกต์ให้เข้ากับสภาพสังคมในปัจจุบัน อย่างเช่น น้ำตกไก่, น้ำตกเบค่อน เป็นต้นที่การนำวัตถุดิบที่เข้ากันมาประยุกต์ให้มีความหลากหลายมากขึ้นรวมถึงเป็นตัวเลือกใหม่ของอาหารมากขึ้นด้วย

คอหมูย่าง เป็นเมนูทานเล่นคู่กับ ส้มตำ, น้ำตก, ลาบ ที่เรียกว่าเป็นเมนูสุดฮิตที่ต้องมีควบคู่กันไป ด้วยความที่มีกลิ่นหอมและรสชาติอร่อยทำให้คอหมูย่างกลายเป็นอาหารอีสานที่นิยมมากอีกเมนูหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นเมนูอาหารที่มีความอร่อยแต่การประกอบอาหารนั้นก็มีความยุ่งยากพอสมควร อีกทั้งเมนูนี้ก็ส่งผลต่อสุขภาพพอตัวเช่นกัน ซึ่งคอหมูย่าง 1 จานให้พลังงานถึง 200 – 250 แคลรอลี่ขึ้นอยู่กับปริมาณของคอหมู่ย่างด้วย อีกทั้งส่วนของมันหมูนั้นเป็นไขมันล้วนดังนี้เมื่อกินมากๆอาจส่งผลต่อความอ้วน และไขมันในร่างกายมากเกินไปได้ วัตถุดิบในการเตรียมทำคอหมูย่าง – เนื้อสันคอหมู – น้ำผึ้ง, ซอสปรุงรส, ซอสหอยนางรม, พริกไทยป่น – น้ำปลา, น้ำมะขามเปียก, น้ำตาลปิ๊บ, พริกป่น – ข้าวคั่ว, หอมแดงซอย, ต้นหอมซอย วิธีทำ – นำสันคอหมูมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ หรือขนาดตามต้องการ จากนั้นนำมามักกับน้ำผึ้ง หรือ มักกับซอสปรุงรสก็ได้ จากนั้นตั้งเตาย่างโดยไม่ใช้ไฟแรงเกินไปจะทำให้หมูไหม้ได้ และควรใช้เตาถ่าน นำเนื้อหมูมาย่างไฟประมาณ 30 – 40 นาที ระหว่างย่างควรสังเกตไม่ให้เนื้อไหม้และมั่นกลับเนื้อหมูด้วย – จากนั้นก็เป็นการทำน้ำจิ้มแจ่ว โดยการนำพริกป่น,น้ำปลาหรือซีอิ้วขาว, น้ำมะขามเปียก, น้้ำตาลปิ๊บผสมเข้าด้วยกัน ชิมรสชาติตามใจชอบ จากนั้นก็โรยด้วยต้นหอม หรือผักชีฝรั่ง หอมแดง และข้าวคั่ว คนให้เข้ากันอีกครั้งหนึ่ง – นำเนื้อสันคอหมูที่ย่างสุกแล้วตักใส่จาน เสริฟคู่กับน้ำจิ้มแจ่ว โดยทานคู่กับผักสดเพื่อลดความเลี่ยนได้ และทานกับข้าวเหนียวก็อร่อย

หมูมะนาวถือว่าเป็นเมนูอีสานสุดฮิต สามารถทำได้ง่ายไม่ยุ่งยากถือว่าเป็นเมนูอาหารทานเล่น เมนูยามว่างที่หลายๆคนนิยมประกอบอาหารกันมาก อีกทั้งยังเป็นเมนูกับแกล้มสุดฮิตโดยการนำมาทานเพื่อลดความเลี่ยน รวมอาการมึนเมาเหล้าด้วยเพราะหมูมะนาวนั้นมีรสชาติเปรี้ยวนำ และเผ็ดตาม เป็นเมนูที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก ซึ่งเนื้อหมูที่นำมาทำนั้นต้องปรุงให้สุกด้วยเพื่อเลี่ยงการเกิดพยาธิและอาหารเป็นพิษด้วย ปัจจุบันเมนูหมูมะนาวมีอยู่ตามร้านอาหารอีสาน และร้านอาหารทั่วไปที่สามารถหาซื้อได้ง่าย รวมถึงการประกอบอาหารเองก็ง่ายเช่นกัน วัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหาร – เนื้อหมูล้วน หั่นชิ้นบาง ตามปริมาณที่ต้องการ – กระเทียมหัวใหญ่สับละเอียด หรือหั่นแว่น – พริกขี้หนูสวนซอยละเอียด ตามปริมาณที่ต้องการ – น้ำตาลทราย, น้ำปลา, น้ำมะนาว – ใบสะระแหน่ซอยสำหรับโรยหน้า – พริกแห้งทอดกรอบ – ก้านคะน้าอ่อน วิธีทำ – ตั้งไฟ ต้มน้ำจนเดือดจากนั้นนำเนื้อหมูใส่ลงไป ลวกจนสุกแต่อย่าให้นานเกินไปเพราะเนื้อหมูจะแข็งและไม่อร่อย รวมถึงไม่ควรลวกเนื้อหมูแบบสุกๆดิบๆ ด้วยเพราะจะทำให้เป็นพยาธิและอาหารเป็นพิษได้ – จากนั้นนำวัตถุดิบ กระเทียมสับ, พริกขี้หนู, น้ำตาลทราย, น้ำปลา, น้ำมะนาว ผสมเข้ากันปรุงรสตามใจชอบ หากปรุงรสจนชอบแล้วนำส่วนผสมพักไว้ก่อน – นำส่วนผสมที่ทำไว้ มาราดลงเนื้อหมูสุก จากนั้นตกแต่งด้วย ใบสะระแหน่ซอย, ก้านคะน้าอ่อน, พริกแห้งทอดกรอบ จากนั้นเสริฟทานคู่กับผักได้เลย

ตับหวาน เป็นเมนูอาหารอย่างหนึ่งของภาคอีสานของไทย ซึ่งในปัจจุบันก็มีให้ทานได้หลากหลายทั่วไปตับหวานมีลักษณะการปรุงรสที่เหมือนๆกับ ลาบ และ น้ำตก แต่วัตถุดิบที่ใช้นั้นเป็นตับหมูมาใช้ในการปรุงอาหาร ตับหวานนั้นเป็นการลวกตับหมูแบบกึ่งสุก ซึ่งต้องใช้ตับหมูที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัยจริงๆ เพราะการทานสุกๆดิบๆนั้นอาจเป็นพยาธิได้ รวมถึงอาจเกิดอาหารเป็นพิษได้เช่นกัน ตับหวานนั้นวิธีการประกอบอาหารนั้นไม่ยากเลย ซึ่งตับหมูนั้นต้องนำมาลวกเกือบสุกพอให่นิ่ม แต่ไม่ดิบเกินไป และไม่สุกเกินไปเพราะหากสุกเกินไปตับจะแข็งและไม่อร่อย ซึ่งหากใครจะไม่ชอบอาหารแนวสุกๆดิบๆ ก็ควรเลี่ยงการทานตับหวานก็ได้ สำหรับตับหวานนั้นมีวัตถุดิบดังนี้ – ตับหมู หั่นเป็นชิ้นบางๆ – น้ำปลา น้ำมะนาว – น้ำตาลทราย – พริกป่น เพิ่มความเผ็ดตามชอบ – ข้าวคั่ว -ต้นหอมซอย, ผักชีฝรั่งซอย, ใบมะกรูดซอย, ใบสะระแหน่ วิธีการทำ – เริ่มต้นด้วยการต้มนำให้เดือด แนะนำให้ใช้เตาแก๊สน้ำจะเดือดดีกว่าเตาไฟฟ้า จากนั้นก็นำตับหมูหั่นบางๆมาลวกกับน้ำเดือด ซึ่งสามารถเลือกระดับความสุกตามใจชอบ จากนั้นนำตับหมูลวกแล้วขึ้นมาพักไว้ – นำส่วนผสม น้ำปลา, น้ำตาลทราย, น้ำมะนาว, พริกป่น ผสมเข้าด้วยกันชิมรสชาติตามใจชอบ เมื่อได้รสชาติที่ชอบแล้วนำตับหมูที่ลวกแล้วมาใส่กับส่วนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน – จากนั้นใส่ข้าวคั่ว, ต้นหอมซอย, ผักชีฝรั่งซอย, ใบมะกรูดซอย, ใบสะระแหน่ มากน้อยตามใจชอบผสมจนเข้ากัน ตักใส่จานพร้อมเสริฟคู่กับผักสด และ ข้าวเหนียว